" เป็นผู้ที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ ได้รับการยอมรับ,เชื่อถือและเป็นที่รักในสังคม ในฐานะที่เป็นผู้ยกระดับศักยภาพทางความคิดและสร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยด้วยการสร้างสรรค์นวัตกรรมผ่านสื่อแขนงต่างๆอย่างต่อเนื่อง เป็นต้นแบบในการบริหารชีวิตที่สมดุลและสมบูรณ์พร้อมทั้งด้านการงาน ความสัมพันธ์ ความมั่งคั่งและความสุข"

 
 

 

เป็นข้อความที่ถูกตัดแปะให้อยู่บนกระจกตู้เสื้อผ้าเป็นเวลาร่วมปี

 

 

เรียกได้ว่าหลังจากอาบน้ำก่อนออกจากบ้าน ผมต้องเห็นไอ้บ้านี่คาดตาภาพสะท้อนของตัวเองอยู่ทุกวัน เสมือนสาวขบเผาะที่เคราะห์ร้ายเจอชายชั่วข่มขืนข้างๆอาปวีณาที่ถูกเซนเซอร์สองตาด้วยเศษกระดาษสีขาวที่มีลายมือขยุกขยุยอยู่บนนั้น

 

มันเป็นคำตอบส่วนบุคคลของคำถามอัตนัยวัยเด็กยอดฮิตว่า “ โตขึ้น(หนู)อยากเป็นอะไรจ๊ะ”

 

 

อาจจะดูกระแดะไปนิดที่ยังคิดมาตอบตอนแก่ขนรักแร้เริ่มหงอกอย่างนี้ แต่ผมมั่นใจว่ายังไม่น่าเกลียด

 

เพราะผมคิดว่าผมยังโตได้อีก....

 

แต่หากว่าใครยังรู้สึกติดขัดตะขิดตะขวงในไม่เลิกกับคำถามนี้อยู่ดี งั้นขออนุญาตเปลี่ยนคำพูดให้ดูสมวัยมากขึ้นเป็น “โตแล้วไปไหน?” พอใจยังจ๊ะ……

 

และนี่แหละ คือ ปลายทางที่ผมมุ่งมั่นตั้งใจว่าจะไปให้ได้ในชีวิตนี้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม

 

ซึ่งการเดินทางแห่งชีวิตนี้ก็ได้ผ่านจุดเริ่มต้นมานิดนุงแล้วแหละ เป็นสภาพไม่ต่างจากเด็กทารกแรกคลาน คือ ยังจับจังหวะไม่ถูกว่าจะกระจายน้ำหนักในมืออวบอ้วนลงพื้นอย่างสวยงามสมบูรณ์ได้อย่างไร เลยเกิดอาการหัวคะมำคว่ำนัวหัวโหม่งโลกไม่น้อย จนเกิดรอยฟกช้ำดำเขียวกระจายเป็นหย่อมๆ

 

การเริ่มต้นยากเสมอ มีผู้ไม่ประสงค์จะออกนามหลายท่านได้ลั่นวาจาไว้...

 

ทารกน้อยมิชลินคนนี้ขอยกมือสั้นๆป้อมๆสนับสนุนสุดแรงเกิดพร้อมเสียงอ้อแอ้ในลำคอ พอจับความได้ว่า “เอ๋นอ้วย เอ๋นอ้วย (เห็นด้วยๆ)”

 

และหลายครั้งที่ต้องประสบกับความยากลำบาก ก็เหมือนจะมีเส้นทางออกสายพิเศษที่แสนง่าย ที่ชื่อ “ยอมแพ้” มาล่อใจอยู่ทุกครั้งไป

 

ไอ้เราก็เกือบคลานไปตั้งหลายครั้ง...

 

แต่เอาวะลั่นวาจาสาบานไว้แล้ว จะล้มเลิกง่ายๆได้ยังไงกัน นั่นมันทางของทารกขี้แพ้มิใช่เรอะ...

 

เลยตัดสินใจจะไปต่อ แต่ขอ “ตัวช่วย” หน่อย

 

ที่ผ่านมามันฝันอยู่คนเดียว คิดอยู่คนเดียว ทำอยู่คนเดียว ท้ออยู่คนเดียว ที่น่ากลัวคือเหมือนเราจะเก็บไม้ตายสุดท้ายไว้ด้วยคือ “จะเลิกก็เลิกคนเดียว” เอาไว้ด้วย ก็ไม่มีใครรู้นี่....ไม่เห็นจะเป็นไร...

 

อย่ากระนั้นเลย ตัวช่วยที่ทารกน้อยคนนี้คิดได้ก็คือ ก็ลองให้คนอื่นรับรู้การเดินทางของเราไปเลยสิ ให้เส้นทางนี่ไม่เปล่าเปลี่ยวเงียบเหงา... อย่างน้อยจะได้มีบุรุษสตรีข้างทางเป็นระยะคอยให้กำลังใจเมื่อทดท้อ หรือด่าทอเมื่อเหลวไหล ทำอะไรก็ได้ให้เรารู้สึกว่า “มีคนเชียร์เค้าอยู่นะ....^^”

 

และอีกอย่างนั่นก็คือ ผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าระหว่างการเดินทางนี้คงมีเรื่องราวรายทางที่สนุก สมบุกสมบัน มันส์ ฮา และน่าคิดที่อาจจะสะกิดใจใครๆได้บ้าง(มั้ง) จึงอยากหากระปุกเก็บไว้เป็นความประทับใจส่วนตัว และไม่กลัวที่จะแบ่งปันต่อส่วนรวม

เลยเป็นจุดเริ่มต้นของ “บันทึกการเดินทางสร้างฝัน” อันนี้

 

....ยังงงงงใช่มั๊ย...ไม่เป็นไร...ผมก็งง ฮ่าๆ  ก้าวแรกมันก็งงอย่างนี้ทุกทีแหละ แต่คิดไว้ว่าเดินไปซักพักมันก็จะชัดเจนเอง ^^

 

เพียงแต่ตอนนี้ ตัวพร้อม เสบียงพร้อม ใจพร้อม...

 

ออกเดินทางซะเลยละกัน *\(^_^)/*

 

 

edit @ 4 Feb 2011 15:54:34 by Jotivator

edit @ 4 Feb 2011 16:18:32 by Jotivator

Comment

Comment:

Tweet